บทนำ

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ เมื่อเราได้ยินคำว่า ”เงินเฟ้อ” ในปฏิทินการประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดต่างก็จะจับจ้องและให้ความสำคัญกับตัวเลขนี้ และในสัปดาห์นี้ก็เช่นกัน ด้วยการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อจากประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ถึง 4 ประเทศ รวมถึงการประกาศตัวเลขการเติบโตของ GDP ใน Q4 และข้อมูลทางเศรษฐกิจระดับ Tier 1 จากสหราชอาณาจักร

 

ปัจจัยที่ควรจับตาในภูมิภาคต่างๆ: 

  • อเมริกาเหนือ – ดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ และดัชนี CPI ของแคนาดา
  • ยุโรปและเอเชีย  – ตัวเลขเงินเฟ้อของจีน, สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูล GDP จากญี่ปุ่นและประเทศในกลุ่มยูโร
  • ละตินอเมริกา – การประกาศตัวเลข GDP ของโคลอมเบีย

 

 

ข้อมูลสำคัญจากอเมริกาเหนือ: 

  • ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐนิวยอร์ก (วันอังคารที่ 15 ก.พ., 1330GMT) หลังจากที่ดัชนีปรับตัวติดลบในเดือนที่แล้ว เราคาดว่าดัชนีจะสามารถกลับมาเป็นบวก 3.5 ได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ (จาก -0.7 ในเดือนมกราคม)
  • ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (วันอังคารที่ 15 ก.พ., 1330GMT) ตัวเลข Headline PPI ของเดือนมกราคมคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.0% (จากเดิม 9.7% ในเดือนธันวาคม) ส่วนตัวเลข Core PPI คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 8.5% (จากเดิม 8.3%)
  • ดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ (วันพุธที่ 16 ก.พ., 1330GMT) ยอดดัชนีค้าปลีก (ไม่รวมรถยนต์) คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ +0.3% MoM ในเดือนมกราคม (เพิ่มจาก -2.3% ในเดือนธันวาคม)
  • ดัชนี CPI ของแคนาดา (วันพุธที่ 16 ก.พ., 1330GMT) ตัวเลข Headline CPI คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.0% ในเดือนมกราคม (จากเดิม 4.8%) ส่วน core CPI คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 4.2% (จากเดิม 4.0%)
  • ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ (วันพุธที่ 16 ก.พ., 1415GMT) คาดว่าดัชนีจะปรับตัวติดลบมาอยู่ที่ -0.3% ในเดือนมกราคม ซึ่งจะทำให้ตัวเลขดัชนีแบบ YoY ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ +2.8% (จากเดิมที่ +3.7% ในเดือนธันวาคม)
  • ตัวเลขขออนุญาตสร้างอาคารและบ้านใหม่ของสหรัฐ (วันพฤหัสที่ 17 ก.พ., 1330GMT) คาดว่าตัวเลขจะปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมกราคม ทั้งยอดการอนุญาตให้สร้างบ้านใหม่ 1.885m (จากเดิม 1.790m) และยอดบ้านที่เริ่มสร้างไปแล้ว 1.702m (จากเดิม 1.680m)
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (วันพฤหัสที่ 17 ก.พ., 1330GMT) คาดว่าตัวเลขจะอยู่ที่ 220,000 (ใกล้เคียงกับยอดเดิม 223,000 ในสัปดาห์ที่แล้ว)
  • ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐฟิลาเดลเฟีย (วันพฤหัสที่ 17 ก.พ., 1330GMT) คาดว่าดัชนีจะปรับตัวเพิ่มขึ้น +27 (จาก +23.2 ในเดือนมกราคม)
  • ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ (วันศุกร์ที่ 18 ก.พ., 1500GMT) คาดว่ายอดขายบ้านมือสองในเดือนมกราคมจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 6.10m (จากเดิม 6.18m ในเดือนธันวาคม)

 

ตัวเลขดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐกลับมาเป็นที่สนใจของตลาดอีกครั้งในสัปดาห์นี้ หลังจากที่เราได้เห็นการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในเดือนธันวาคม และเป็นตัวเลขที่แย่ที่สุดในรอบ 10 เดือน อย่างไรก็ตาม ตลาดได้คาดการณ์ว่าดัชนีจะยังสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในเดือนมกราคมนี้ ถึงแม้ว่าปัจจัยอื่นๆ อาจไม่ได้ส่งเสริมการฟื้นตัวเท่าใดนัก ทั้งผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องในเดือนมกราคม ซึ่งจะเป็นการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 รวมถึงฤดูหนาวที่รุนแรงและการระบาดของเชื้อโอมิครอน ที่ทำให้ตัวเลขจากภาคส่วนต่างๆ ของสหรัฐ มีการปรับตัวลดลง นั่นทำให้ตลาดมีการจับจ้องไปที่ข้อมูลของเดือนถัดไปว่าจะมีสัญญาณของการฟื้นตัวบ้างหรือไม่

 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ

แนวโน้มของการชะลอตัวยังสามารถเห็นได้จากตัวเลขทางเศรษฐกิจของ Fed ในสาขาต่างๆ ของสหรัฐ แต่ในสัปดาห์นี้ เราคาดว่าจะได้เห็นการเริ่มฟื้นตัวของตัวเลขทางเศรษฐกิจ ทั้งข้อมูลจาก Fed สาขานิวยอร์ก (ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐนิวยอร์ก) ที่ตัวเลขติดลบในเดือนที่แล้ว คาดว่าในเดือนนี้จะปรับตัวกลับมาเป็นบวกได้ หรือข้อมูลจาก Fed สาขาฟิลาเดลเฟีย (ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐฟิลาเดลเฟีย) ที่คาดว่าจะยังคงรักษาแนวโน้มการค่อยๆปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อไป

ดัชนี PMI

การตอบสนองของตลาด:  

  • คาดว่าค่าเงิน USD จะมีความผันผวนสูงขึ้นจากการประกาศดัชนี PPI ในวันอังคาร
  • ค่าเงิน CAD จะได้รับประโยชน์ถ้าดัชนี CPI ของแคนาดาปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่คาดไว้

 


ข้อมูลสำคัญจากยุโรปและเอเชีย: 

  • ตัวเลข GDP Q4 prelim ของญี่ปุ่น (วันจันทร์ที่ 14 ก.พ., 2350GMT) คาดว่า GDP Q4 ของญี่ปุ่นจะเติบโตอยู่ที่ +1.4% (หลังจากที่ติดลบ -0.9% ใน Q3)  
  • อัตราการว่างงาน และ การเติบโตของค่าจ้างของสหราชอาณาจักร (วันอังคารที่ 15 ก.พ., 0700GMT) อัตราการว่างงานคาดว่าจะยังคงเดิม (จากเดิม 4.1% ในเดือนพฤศจิกายน) ส่วนการเติบโตของค่าจ้างคาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 3.8% (จากเดิม 4.2%)
  • ประกาศ GDP Q4 prelim ของกลุ่มประเทศยูโร (วันอังคารที่ 15 ก.พ., 1000GMT) คาดว่าการเติบโตของ GDP Q4 ยังคงอยู่ที่ 4.6% ไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ (จากเดิม 3.9% ใน Q3)
  • รายงานดัชนีความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ ZEW ของเยอรมัน (วันอังคารที่ 15 ก.พ., 1000GMT) คาดว่าดัชนีจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 55.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ (จากเดิม 51.7 ในเดือนมกราคม)
  • ดัชนี CPI ของจีน (วันพุธที่ 16 ก.พ., 0130GMT) คาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะลดลงมาเล็กน้อย อยู่ที่ 1.4% ในเดือนมกราคม (จากเดิม 1.5% ในเดือนธันวาคม)
  • ดัชนี CPI ของสหราชอาณาจักร (วันพุธที่ 16 ก.พ., 0700GMT) คาดว่าดัชนี CPI จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้ง headline CPI ขึ้นมาอยู่ที่ 5.5% (จากเดิม 5.4% ในเดือนธันวาคม) และ core CPI ขึ้นมาอยู่ที่ 4.3% (จากเดิม 4.2%)
  • อัตราการว่างงานของออสเตรเลีย (วันพฤหัสที่ 17 ก.พ., 0030GMT) คาดว่าอัตราการว่างงานจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 4.3% (จากเดิม 4.2% ในเดือนมกราคม)
  • ดัชนี core CPI ของญี่ปุ่น (วันพฤหัสที่ 17 ก.พ., 2330GMT) คาดว่าดัชนี Core inflation จะปรับตัวลดลงอีกครั้ง มาอยู่ที่ +0.3% ในเดือนมกราคม (จากเดิม +0.5% ในเดือนธันวาคม)
  • ดัชนียอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักร (วันศุกร์ที่ 18 ก.พ., 0700GMT) 

 

นี่เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นตัวเลขเงินเฟ้อของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่กลายมาเป็นปัจจัยหลัก ทั้งจีน, สหราชอาณาจักร, แคนาดา และญี่ปุ่น จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ซึ่งความกังวลถึงอัตราเงินเฟ้อส่งผลให้นักลงทุนต่างเทขายพันธบัตรออกมาอย่างรุนแรง โดยตลาดคาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขจะออกมาผสมกันทั้งดีและไม่ดี เริ่มต้นที่ฝั่งเอเชีย ตัวเลขเงินเฟ้อของจีนและญี่ปุ่นคาดว่าจะปรับลดลงเล็กน้อย แต่ในส่วนของสหราชอาณาจักรและแคนาดา คาดว่าเงินเฟ้อจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไป ยิ่งถ้าหากเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางของอังกฤษและแคนาดาให้ต้องปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดเร็วขึ้นกว่าเดิม

เงินเฟ้อ

ข้อมูลสำคัญที่ควรจับตามองอีกตัวก็คือดัชนีความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ ZEW ของเยอรมัน ที่คาดว่ายังคงอยู่ในแนวโน้มของการปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ภาพรวมในเดือนนี้ดูดีมากขึ้น รวมถึงอาจช่วยลดผลกระทบของเชื้อโอมิครอนที่มีต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการว่างงานของออสเตรเลียก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา หลังจากที่ยอดการว่างงานของเดือนที่แล้วลดลงมากกว่าที่คาด ส่งผลให้ค่าเงิน AUD แข็งค่าขึ้นทันที สำหรับตัวเลขของเดือนมกราคมที่กำลังจะประกาศนี้ คาดว่าตัวเลขการว่างงานน่าจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงกดดันต่อค่าเงิน AUD ได้

การตอบสนองของตลาด: 

  • ค่าเงิน GBP จะมีความผันผวนมากขึ้นตลอดสัปดาห์นี้จากการประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญต่างๆ
  • ค่าเงิน EUR เคลื่อนไหวตามตัวเลข GDP โดยเฉพาะถ้าตัวเลขที่ออกมาอยู่นอกเหนือจากที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงตัวเลขดัชนีความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ ZEW ด้วยเช่นกัน
  • ถ้าหากตัวเลขการว่างงานของออสเตรเลียออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้จะเป็นผลลบต่อค่าเงิน AUD

 

Latin America: 

  • ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของโคลอมเบีย (วันจันทร์ที่ 14 ก.พ., 1500GMT) คาดว่าดัชนีจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 11% ในเดือนธันวาคม (จากเดิม 13.9% ในเดือนพฤศจิกายน)
  • ดัชนียอดค้าปลีกของโคลอมเบีย (วันจันทร์ที่ 14 ก.พ., 1500GMT) คาดว่าดัชนีของเดือนธันวาคมจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 9.5% (จากเดิม 7.4%)
  • ตัวเลข GDP – Q4 ของโคลอมเบีย (วันอังคารที่ 15 ก.พ., 1600GMT) คาดว่าการเติบโตของ Q4 จะอยู่ที่ 2.5% (จากเดิม 2.3% ใน Q3)

หากไม่นับการประกาศข้อมูลจากโคลอมเบียแล้ว สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ค่อนข้างเงียบสงบสำหรับภูมิภาคละตินอเมริกา จากข้อมูลของเดือนธันวาคมที่ออกมาผสมกันทั้งดีและไม่ดี โดยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของโคลอมเบีย คาดว่าจะปรับตัวลดลง แต่ยังคงรักษาการเติบโตในระดับ 2 หลักได้ต่อไปในปีนี้ ส่วนดัชนียอดค้าปลีกของโคลอมเบียคาดว่าจะกลับมาสดใสอีกครั้ง หลังจากที่ตัวเลขออกมาน่าผิดหวังในเดือนพฤศจิกายน และการเติบโตของ GDP – Q4 ของโคลอมเบียคาดว่าจะอยู่ในระดับกลางๆ ที่ 2.5% ซึ่งเป็นการปิดปีที่ไม่ได้หวือหวาอะไรนัก

ค่าเงินละตินอเมริกา

การตอบสนองของตลาด

  • ค่าเงิน COP จะได้รับประโยชน์หากตัวเลขการเติบโตออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้


*บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (และไม่ควรถือว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นๆ, INFINOX ไม่ได้รับอนุญาตให้คำแนะนำในการลงทุน ไม่มีความเห็นใดในเนื้อหาที่ถือว่าเป็นคำแนะนำจาก INFINOX หรือผู้เขียนบทความที่ถือว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุน, การทำธุรกรรมหรือการลงทุนเฉพาะใด ๆ นั้นเหมาะสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะเท่านั้น