ทองคำ buyers กลับเข้ามา active ที่ balance area low เมื่อวันพฤหัส พอมาถึงวันศุกร์หลังตัวเลข NFP ราคาพุ่งขึ้นไปที่ balance area high และพยายาม breakout ออกจาก balance area ซึ่งยังต้องจับตาดูให้ดีว่าจะ breakout ได้จริงหรือไม่ สำหรับ Dow Jones (US30) กลับมีความเปลี่ยนน้อยที่สุด เพราะตลาด balance อยู่ตรงกลาง balancing range

Today’s news

🇯🇵 สถานการณ์ตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 328.92 จุด ขานประกอบการบริษัทเทรดดิ้ง: ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดเช้าพุ่งในวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ ตลอดจนได้แรงซื้อจากหุ้นกลุ่มบริษัทเทรดดิ้งของญี่ปุ่น หลังจากบริษัทเหล่านี้รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 27,528.66 จุด พุ่งขึ้น 328.92 จุด หรือ +1.21%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มการขนส่งทางทะเล, กลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ

🌏 สถานการณ์ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ เหตจีนยันเดินหน้านโยบายซีโร่โควิด: ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ โดยหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ ขานรับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอลง

อย่างไรก็ตาม หุ้นฮ่องกงและจีนปรับตัวลดลง หลังจากเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของจีนยืนยันว่า จีนจะยังคงยึดมั่นในนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Covid Zero Policy)

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,406.78 จุด เพิ่มขึ้น 207.04 จุด หรือ +0.76%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 16,031.79 จุด ลดลง 129.35 จุด หรือ -0.80% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,062.86 จุด ลดลง 7.94 จุด หรือ -0.25%

🇺🇸 สถานการณ์ตลาดเงินนิวยอร์ก (หลังตลาดปิดสัปดารห์ก่อน): ดอลล์อ่อนยวบ ข้อมูลจ้างงานหนุนเฟดผ่อนคันเร่งขึ้นดบ.: ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (4 พ.ย.) หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมเดือนธ.ค.

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 1.81% แตะที่ระดับ 110.8770

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 146.82 เยน จากระดับ 148.24 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9944 ฟรังก์ จากระดับ 1.0124 ฟรังก์, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3478 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3725 ดอลลาร์แคนาดา และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับโครนาสวีเดนที่ระดับ 10.9077 โครนา จากระดับ 11.1775 โครนา

🏴󠁧󠁢󠁥󠁮󠁧󠁿 สถานการณ์ตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดพุ่ง 146.21 จุด รับความหวังจีนผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด: ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (4 พ.ย.) และปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้มากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มที่ทำธุรกิจในเอเชียได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า จีนจะผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,334.84 จุด พุ่งขึ้น 146.21 จุด หรือ +2.03% และปรับตัวขึ้น 4.1% ในรอบสัปดาห์นี้ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2564

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ โดยดัชนีหุ้นกลุ่มโลหะอุตสาหกรรมและเหมืองแร่ พุ่งขึ้น 6.1% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบกว่า 2 ปี หลังราคาทองแดงและโลหะอื่น ๆ ทะยานขึ้นจากข่าวที่ว่า จีนซึ่งเป็นผู้ใช้โลหะรายใหญ่จะผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19

🇪🇺 สถานการณ์ตลาดหุ้นยุโรป (หลังตลาดปิดสัปดารห์ก่อน): หุ้นยุโรปปิดพุ่ง รับความหวังเฟดชะลออัตราขึ้นดบ.-จีนเปิดปท.: ตลาดหุ้นยุโรปปิดทะยานขึ้นในวันศุกร์ (4 พ.ย.) หลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ลดลง นอกจากนี้ ความหวังเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ของจีนได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มสินค้าหรูหรา

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 416.98 จุด พุ่งขึ้น 7.43 จุด หรือ +1.81% และปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ 1.5% เป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,416.44 จุด พุ่งขึ้น 173.16 จุด หรือ +2.77%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,459.85 จุด พุ่งขึ้น 329.66 จุด หรือ +2.51% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,334.84 จุด พุ่งขึ้น 146.21 จุด หรือ +2.03%

ตลาดได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ และจากความหวังว่าธนาคารกลางต่าง ๆ จะชะลออัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ย

🇺🇸 สถานการณ์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (หลังตลาดปิดสัปดารห์ก่อน): ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 401.97 จุด หลายปัจจัยบวกหนุนตลาด: ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (4 พ.ย.) ขานรับการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ, ความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย รวมถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการเปิดประเทศของจีน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,403.22 จุด เพิ่มขึ้น 401.97 จุด หรือ +1.26%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,770.55 จุด เพิ่มขึ้น 50.66 จุด หรือ +1.36% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,475.26 จุด เพิ่มขึ้น 132.31 จุด หรือ +1.28%

แต่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 1.39% หลังบวกติดต่อกันนาน 4 สัปดาห์, ดัชนี S&P500 ลดลง 3.34% และดัชนี Nasdaq ลดลง 5.65% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์รายสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนม.ค.

🥇 สถานการณ์ตลาดทองคำนิวยอร์ก (หลังตลาดปิดสัปดารห์ก่อน): ทองปิดพุ่ง $45.7 ได้แรงหนุนจากดอลล์อ่อนค่า: สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (4 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ๆ

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 45.7 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 1,676.60 ดอลลาร์/ออนซ์ และปรับตัวขึ้น 1.9% ในรอบสัปดาห์นี้

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 1.354 ดอลลาร์ หรือ 6.97% ปิดที่ 20.784 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 36.4 ดอลลาร์ หรือ 3.94% ปิดที่ 960.50 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 41.40 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 1,839.50 ดอลลาร์/ออนซ์

⛽️ สถานการณ์ตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI (หลังตลาดปิดสัปดารห์ก่อน) พุ่ง $4.44 ขานรับดอลล์อ่อน-คาดหวังจีนเปิดประเทศ: สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (4 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้สัญญาน้ำมันมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ๆ นอกจากนี้ บรรดานักลงทุนยังมีความหวังว่า จีนจะเปิดประเทศเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 4.44 ดอลลาร์ หรือ 5% ปิดที่ 92.61 ดอลลาร์/บาร์เรล และเพิ่มขึ้น 5.4% ในรอบสัปดาห์นี้

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 3.9 ดอลลาร์ หรือ 4.1% ปิดที่ 98.57 ดอลลาร์/บาร์เรล และเพิ่มขึ้น 5.1% ในรอบสัปดาห์นี้

ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงได้ช่วยหนุนสัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 1.81% แตะที่ระดับ 110.8770 ในวันศุกร์

Economic Calendar:

  • 🇪🇺 ECB President Lagarde Speaks (เวลา 15:40GMT+7). ECB President Lagarde Speaks

MAJOR Markets Outlook

Commodities:

  • Gold Trade setup หลักเมื่อวันศุกร์คือการเทรด long-side หลัง NFP report ออก
  • - 📈 Long for 6-8R ที่ MidPoint เป้าหมายหลักคือที่ balance area high
  • Short-term bias ยังคงเป็น Neutral อยู่ เพราะเราขยายกรอบในการ balancing ออกเป็น 19 day balance
  • ทองคำ up move ขึ้นมารวมเดียวแทบจะเป็นเส้นตรง เริ่มต้นจาก balance low เมื่อวันพฤหัส ขึ้นมาสู่ balance high ในวันศุกร์ เราจะเห็นว่ามันวิ่งแรงมาก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเหตุผลมาจากข่าวเมื่อวันศุกร์
  • ซึ่งเราจะเป็นต้องจับตาดูให้ดี ว่าทองคำจะ breakout ออกจาก 19 day balance ได้หรือเปล่า
  • ถ้าราคา break & hold เหนือ Initial Resistance สถานการณ์จะเปลี่ยนไปเป็น bullish ทันที ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นการเทรด short-side จะมีความเสี่ยงสูงมาก และ target หลักของ buyers น่าจะเป็นที่ Last month high + Weekly balance high
  • แต่ถ้าพยายาม breakout แล้ว break ไม่ได้ หรือ break แล้วกลับเข้ามาใน balance ก็ต้องไม่ลืมว่าที่ balance high นั้นคือ good trade location สำหรับ sellers
  • <--Balance Rules Apply!-->
  • กฏโดยพื้นฐานคือ เทรดไปตามทิศทางที่ตลาด Break Out
  • Monitor for continuation (Acceptance) or Lack of.
  • Lack of continuation (Failed breakout / Look above/below and fail)
  • - ต้องหา Fade Setup (เทรดสวน) target คือ ขอบของ balancing area ในฝั่งตรงข้าม

Forex:

  • EUR/USD Trade setup หลักเมื่อวันศุกร์คือการเทรด long-side หลัง NFP report ออก
  • - 📈 Long for 3-7R ที่ Prior day high 0.98396 หลังจากที่ราคากลับเข้ามาอยู่ใน 7 day balance
  • ตลาดจบ bearish phase กลับเข้ามาอยู่ใน balance เราจะปรับ short-term bias มาเป็น Neutral-Bullish โดยกรอบในการ balancing เบื้องต้นจะ set เอาไว้ก่อนที่ 3 วันล่าสุด
  • directional move ที่เกิดจากข่าวระวังไว้ให้มากครับ เราจะยังฟันธงไม่ได้ว่ามันจะ bullish จริง ๆ มันจะเป็น bullish จริงหรือไม่อยู่ที่วันต่อไป ก็คือวันนี้นั่นเอง
  • ถ้าตลาด bullish และ buyers กลับเข้ามา control market จริง ต้องเห็นราคา break high ของวันก่อนหน้าให้ได้ครับ ไม่ใช่นั้นมันจะกลายเป็นแค่ short covering rally เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ข่าวนั้นมีผลเพียงแค่เขย่าเอา short position ในจังหวะที่ตลาด breakdown ลงมาจาก 7 day balance ก่อนหน้านี้ออกเท่านั้น ไม่ใช่ new buyers กลับเข้ามา active แต่อย่างใด
  • โดยถ้าราคาเริ่ม break ลงมาใต้ Pre-Market Support 0.98816-0.98904 จะเริ่มเป็น warning sign สำหรับขาขึ้นแล้วครับ มีโอกาสสูงที่ราคาจะติดอยู่ใน 3 day balance area
  • <--Balance Rules Apply!-->
  • กฏโดยพื้นฐานคือ เทรดไปตามทิศทางที่ตลาด Break Out
  • Monitor for continuation (Acceptance) or Lack of.
  • Lack of continuation (Failed breakout / Look above/below and fail)
  • - ต้องหา Fade Setup (เทรดสวน) target คือ ขอบของ balancing area ในฝั่งตรงข้าม

  • GBP/USD Trade setup หลักเมื่อวันศุกร์คือการเทรด long-side หลัง NFP report ออก
  • - 📈 Long for 4-6R ที่ Fib. retracement 38.2% หลังจากเห็นปฏิกริยาการประกาศตัวเลข NFP
  • วันนี้เราปรับ short-term bias มาเป็น Neutral แต่ด้วยความเป็นจริงที่ว่า ราคายังไม่สามารถ break ขึ้นไปเหนือ high ของวันก่อนหน้าได้ เพราะฉะนั้นตาม market structure ยังถือว่าอยู่ใน bearish phase อยู่
  • ซึ่งถ้า buyers กลับเข้ามา control market จริงเราจำเป็นต้องเห็น ราคา break ขึ้นไปเหนือ Initial Resistance 1.14091-1.14220 ให้ได้ และต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น short covering เท่านั้น ไม่ใช่ new buyers กลับเข้ามา active
  • โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าราคาเริ่ม break ลงมาใต้ Pre-Market Support 1.12916-1.13056 และ Initial Support จะเริ่มเป็น warning sign สำหรับ buyers
  • ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับลงมาสู่จุดเริ่มต้นของ up move เมื่อวันศุกร์ (Prior day low)