ในขณะที่ทองคำยังคง balancing อยู่ในกรอกบ ทั้ง smaller time-frame และ bigger time-frame สำหรับ US30 มี OTFU ทั้ง Daily, Weekly และ Monthly

Today’s news

🇯🇵 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าบวก 283.92 จุด ขานรับข้อมูลศก.สหรัฐ: ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดเช้าบวกในวันนี้ หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วออกมาต่ำกว่า ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายวิตกเรื่องภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทมหาชนญี่ปุ่นบางแห่งอีกด้วย

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 28,830.90 จุด เพิ่มขึ้น 283.92 จุด หรือ 0.99%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์, กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง และกลุ่มค้าปลีก

🌏 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดไร้ทิศทาง นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีน: ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในวันนี้ โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดบวก หลังเศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวในไตรมาส 2/2565 ขณะที่หุ้นฮ่องกงเปิดลบ หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายรายยังคงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้มีสัญญาณว่าเงินเฟ้อชะลอตัวลงก็ตาม

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,623.78 จุด เพิ่มขึ้น 76.80 จุด หรือ 0.27%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 20,038.48 จุด ลดลง 137.14 จุด หรือ -0.68% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,268.37 จุด ลดลง 8.52 จุด หรือ -0.26%

🇺🇸 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก (หลังจบสัปดาห์ที่ผ่านมา): ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 424.38 จุด ขานรับเงินเฟ้อลด-ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่ม: ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (12 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากสัญญาณเงินเฟ้อที่ลดลง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าภาวะตลาดกระทิงอาจจะดำเนินต่อไป ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,761.05 จุด เพิ่มขึ้น 424.38 จุด หรือ +1.27%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,280.15 จุด เพิ่มขึ้น 72.88 จุด หรือ +1.73% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,047.19 จุด เพิ่มขึ้น 267.27 จุด หรือ +2.09%

🏴󠁧󠁢󠁥󠁮󠁧󠁿 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน (หลังจบสัปดาห์ที่ผ่านมา): ฟุตซี่ปิดบวก 34.98 จุด หลังคลายวิตกเงินเฟ้อสหรัฐ: ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันศุกร์ (12 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นทั่วโลกหลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่า ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐชะลอตัวลง ซึ่งจะลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,500.89 จุด เพิ่มขึ้น 34.98 จุด หรือ +0.47%

ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน และปรับตัวดีกว่าตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลกในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ได้แรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งขึ้น

🇪🇺 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป (หลังจบสัปดาห์ที่ผ่านมา): หุ้นยุโรปปิดบวก กลุ่มเฮลท์แคร์ดีดตัวขึ้นหนุนตลาด: ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ (12 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ที่ดีดตัวขึ้นหลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี และการคาดการณ์ผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนได้ช่วยหนุนตลาดด้วย

ทั้งนี้ ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 440.87 จุด เพิ่มขึ้น 0.71 จุด หรือ +0.16%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,553.86 จุด เพิ่มขึ้น 9.19 จุด หรือ +0.14%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,795.85 จุด เพิ่มขึ้น 101.34 จุด หรือ +0.74% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,500.89 จุด เพิ่มขึ้น 34.98 จุด หรือ +0.47%

ตลาดหุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ซึ่งปรับตัวขึ้น 0.2% โดยหุ้นแกล็กโซสมิทไคล์น, หุ้นซาโนฟี และหุ้นฮาลีออน บวกขึ้นราว 0.8-3.6% หลังจากผู้ผลิตยาดังกล่าวเปิดเผยว่า ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการฟ้องร้องดำเนินคดีของสหรัฐสำหรับยาแซนแทก (Zantac) ซึ่งเป็นยาแก้จุกเสียดแน่นท้องที่ถูกระบุว่าอาจมีสารก่อมะเร็ง

🥇 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก (หลังจบสัปดาห์ที่ผ่านมา): ทองปิดบวก 8.30 ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ร่วงหนุนราคา: สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (12 ส.ค.) และปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยได้ปัจจัยหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 8.30 ดอลลาร์ หรือ 0.46% ปิดที่ 1,815.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และปรับตัวขึ้น 1.3% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2564

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 34.90 เซนต์ หรือ 1.72% ปิดที่ 20.698 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. ทรงตัวที่ระดับ 959.40 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 69.00 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดที่ 2,219.40 ดอลลาร์/ออนซ์

⛽️ ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI (หลังจบสัปดาห์ที่ผ่านมา) ปิดร่วง 2.25 ดอลลาร์ หลายปัจจัยกดดันราคา: สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันศุกร์ (12 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากรายงานข่าวที่ว่า ภาวะชะงักงันในการขนส่งน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกอาจจะเกิดขึ้นเพียงในระยะสั้นเท่านั้น นอกจากนี้ การที่อิหร่านส่งสัญญาณใกล้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับชาติมหาอำนาจ ซึ่งจะปูทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันในตลาดอีกครั้งนั้น ได้ส่งผลฉุดราคาน้ำมันลงด้วย

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 2.25 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 92.09 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ปรับตัวขึ้น 3.5% ในรอบสัปดาห์นี้

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 1.45 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 98.15 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่เพิ่มขึ้น 3.4% ในรอบสัปดาห์นี้

Economic Calendar:

  • 🇺🇸 ดัชนีภาคการผลิตจากเฟดนิวยอร์ก (Empire State Manufacturing Index) (เวลา 19:30GMT+7). ตัวเลขคาดการณ์ 5.1, ตัวเลขครั้งที่ผ่านมา 11.1(ตัวเลขจริงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์= ดีกับค่าเงิน)

MAJOR Markets Outlook

Commodities:

  • Gold ทองคำยังคงติดอยู่ใน 11 day balance และถ้าดูใน smaller time-frame ก็จะเห็นว่า ตลาดติดอยู่ใน 4 day balance ด้วย
  • Support Zone ที่จะสำคัญใน short-term คือ 1775.37-1776.39 (4 day balance low) ซึ่งเป็น area ที่ Buyers ต้อง defense เอาไว้ให้ได้ ตราบใดที่ราคาไม่สามารถ break & hold ใต้โซนนี้ได้ ตลาดก็น่าะ balance อยู่ในกรอบ 4 วันนี้ได้
  • แต่ถ้า break & hold ใต้ 1775.37-1776.39 จะเริ่มเป็นสัญญาณ weakness สำหรับ buyers เพราะเราน่าจะเห็น stop run ใน smaller time-frame จากนั้น target หลักของ sellers คือ 11 day balance low
  • <--Balance Rules Apply!-->
  • กฏโดยพื้นฐานคือ เทรดไปตามทิศทางที่ตลาด Break Out
  • Monitor for continuation (Acceptance) or Lack of.
  • Lack of continuation (Failed breakout / Look above/below and fail)
  • - ต้องหา Fade Setup (เทรดสวน) target คือ ขอบของ balancing area ในฝั่งตรงข้าม

Forex:

  • EUR/USD ตอนนี้ Daily time-frame Euro กลับมาเทรดอยู่ใน 3 day balance หลังจากที่เมื่อวัน 12/08 OTFU on Daily นั้นจบลงโดยการที่ราคา break ลงมาใต้ 02754 ซึ่งเป็น low ของวัน ที่ 12 Aug
  • Support Zone ที่สำหรับใน short-term คือ 02017-02082 (10 Aug's Low) เพราะเป็น 3 day balance low ตราบใดที่ราคายังเทรดอยู่ใน balance สถานการณ์ในภาพรวมของ Euro ยังจะมีเสถียรภาพดีพอสมควร
  • แต่ถ้าหากว่า break & hold ใต้ Initial Support 02017-02082 จะเป็นสัญญาณ weakness ใน short-term time frame และจะทำให้ Euro เปลี่ยนจาก balance เข้าสู่ imbalance phase และ Daily time-frame จะกลายเป็น OTFD ซึ่งเราน่าจะเห็น long liquidation และ sellers กลับเข้ามา active ได้ โดย target ของ sellers คือ 16 day balance low
  • <--Balance Rules Apply!-->
  • กฏโดยพื้นฐานคือ เทรดไปตามทิศทางที่ตลาด Break Out
  • Monitor for continuation (Acceptance) or Lack of.
  • Lack of continuation (Failed breakout / Look above/below and fail)
  • - ต้องหา Fade Setup (เทรดสวน) target คือ ขอบของ balancing area ในฝั่งตรงข้าม

  • GBP/USD Daily time-frame ยังเป็น balance อยู่ก็จริง แต่ GBP นั้นมี short-term bias เป็น Neutral-Bearish และตราบใดที่ราคายัง hold อยู่ใต้ Initial Resistance 21747-21840  short-term bias ก็จะเป็น Neutral-Bearish ต่อไป ซึ่งจะทำให้โอกาสในการที่ GBP จะลงไปสู่ 3 day balance จะมีสูงขึ้น ซึ่งที่นั่นน่าจะมี reaction พอสมควรสำหรับ buyers และถ้า buyers defense balance low ไว้ได้สถานการณ์ใน short-term ก็น่าจะยังมีเสถียรภาพอยู่
  • แต่ถ้าราคา break & hold ใต้ Initial Support 20960-21079 (3 day balance low) จะทำให้ short-term bias เปลี่ยนเป็น bearish และ Daily time-frame จะเปลี่ยนจาก balance กลายเป็น imbalance (Daily เปลี่ยนเป็น OTFD)
  • <--Balance Rules Apply!-->
  • กฏโดยพื้นฐานคือ เทรดไปตามทิศทางที่ตลาด Break Out
  • Monitor for continuation (Acceptance) or Lack of.
  • Lack of continuation (Failed breakout / Look above/below and fail)
  • - ต้องหา Fade Setup (เทรดสวน) target คือ ขอบของ balancing area ในฝั่งตรงข้าม


Direction Bias & Key Reference Areas